รถมือสอง Toyota Soluna กับสมรรถนะในไทย
คันที่ 1Toyota SOLUNA vios สีบอล: สีดำ ปี: 2005 เกียร์: Auto, เซนทรัลล๊อค ล๊อคประตูหลังสำหรับเด็ก ระบบแอร์ เครื่องเสียงรถยนต์ (ปกติ) ขับเคลื่อนล้อหน้า
คันที่ 2 ขายปี 2003 TOYOTA SOLUNA VIOS 1.5 S VVT-i (รุ่น S ตัว TOP) เกียร์ออโต้, สีบรอนซ์เงิน, เบรก ABS 4 ล้อ, AIRBAG , หน้าปัดดิจิตอล, ชุดแต่ง สปอยเลอร์รอบคัน , วิทยุเทป + CD , มือเดียว เช็คศูนย์ตลอด + พร้อม Smart Card สำหรับเข้าเช็คศูนย์ TOYOTA , วิ่ง 50,000 กว่ากิโล , กระจกไฟฟ้า + ปรับข้างไฟฟ้า , พวงมาลัยพาวเวอร์, เซ็นทรัลล็อค , แม็กซ์ , กันขโมย, กุญแจรีโมท
ราคา 459,000 บาท
อีกประวัติศาสตร์ของวงการรถยนต์เมืองไทย***

เรารู้จักกันดีว่า ชื่อโซลูนานั้น มาจากการนำคำว่า SOL ซึ่งมาจาก SOLAR แปลว่าดวงอาทิตย์ รวมกับคำว่า LUNAR ซึ่งแปลว่าพระจันทร์ แต่ก่อนหน้าที่ซีดานเล็กรุ่นนี้จะ
ใช้ชื่อโซลูนา รถยนต์รุ่นนี้ เคยถูกเรียกกันเป็นการภายในว่า AFC
แม้ ในอดีต โตโยต้า เคยพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์เพื่อประเทศในเขตอาเซียนโดยเฉพาะอย่าง KIJANG / ZACE / TAMARAU จนออกสู่ตลาดมาตั้งแต่ปี 1977 ถึง
ปัจจุบันก็ตาม แต่แนวคิดที่จะผลิตรถยนต์โดยสารส่วนบุคคลสำหรับตลาดอาเซียนเป็นพิเศษ (ที่ไม่ใช่รถยนต์อเนกประสงค์) เริ่มมีขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 1991 จนผลักดันให้
มีการศึกษาความเป็นไปได้ของแนวคิดนี้ในปี 1992
ใน ที่สุดผู้บริหารจึงเริ่มเดินหน้าโครงการพัฒนารถยนต์ราคาประหยัดของตนภายใต้ ชื่อ AFC (AFFORDABLE FAMILY CAR) ในเดือนกุมภาพันธ์ 1993 โดยเลือก
ประเทศ ไทยเป็นแม่งานหลักของโครงการนี้ ด้วยสาเหตุที่ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงนั้น สูงถึง 8 เปอร์เซนต์ ต่อปี ทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น เกิดชน
ชั้นกลางที่มีอำนาจจับจ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ สูงขึ้น ดูได้จากยอดขายรวม ปี 1991 สูงถึงประมาณ 268,000 คัน ทำให้โตโยต้าคาดว่า โอกาสที่ยอดขายรถยนต์
ในไทยปี 2000 จะทะยานถึงระดับ 600,000 คันต่อปี จึงไม่ไกลเกินเอื้อม (เราต้องไม่ลืมว่า การศึกษานี้ มีขึ้นเมื่อปี 1992 ก่อนจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วเอเชีย ในปี 1997
จนทำให้ยอดขายรวมของตลาดลดลง)
และคนที่ถูกเรียกตัวมารับ หน้าที่ CHIEF ENGINEER ของโครงการนี้ก็คือ Mr.TAKESHI YOSHIDA ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งสำคัญของ โยชิดะ เพราะเป็น
ครั้งแรก ที่เขาเป็นผู้นำดูแลโครงการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก่อนที่ความสำเร็จจากโครงการนี้ จะเปิดทางให้เขาได้มีโอกาสก้าวขึ้นไปเป็นหัวหน้าดูแลโครงการพัฒนา
โคโร ลล่า อัลติส รุ่นปัจจุบัน ZZE-120 ซึ่งถือเป็นอีก 1 โครงการในฝันของบรรดาทีมวิศวกรโตโยต้าในญี่ปุ่น ไปจนถึงมินิแวนรุ่น วิช ที่กำลังจะเข้ามาขายในเมืองไทยเร็วๆนี้
อีกด้วย
เดือนมิถุนายน 1993 โยชิดะ กับวิศวกรเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน เดินทางมาร่วมศึกษาความต้องการของลูกค้าถึงเมืองไทยด้วยตัวเอง เบื้องต้น ทั้ง 3 คน เสนอว่าอยากใช้
วิธีนำรุ่นประหยัดราคาถูกของรถยนต์ขนาดเล็กที่ มีอยู่แล้วในญี่ปุ่นหรือตลาดโลกมาผลิตขาย แต่ทีมผู้บริหารและวิศวกรฝ่ายไทย สวนกลับไปว่า ถ้าแค่จะเอารถยนต์รุ่นถูกๆมา
ประกอบขายที่เมืองไทย อย่าทำให้เสียเงินเลยดีกว่า เพราะผู้ที่อยากซื้อรถยนต์คันแรกในชีวืต (FIRST TIME BUYERS) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์รุ่นใหม่นี้
เขา ไม่สนใจหรอก ตอนแรกวิศวกรใหญ่ทั้ง 3 คน ไม่เข้าใจ แต่หลังจากร่วมสำรวจตลาดและสัมภาษณ์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งใช้ชีวิตในไทยเพียงแค่สัปดาห์เดียว โยชิดะ
และเพื่อนวิศวกรอีก 2 คน ก็เริ่มเข้าใจว่า รถยนต์ที่คนไทยต้องการนั้น เป็นอย่างไร
ใน ที่สุด ทุกฝ่ายก็ได้ข้อสรุปว่า หากจะผลิตรถยนต์ขึ้นมาสำหรับตลาดเมืองไทยเป็นพิเศษ ในขณะที่ต้องพยามลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำชนิดที่โตโยต้าไม่เคยทำมาก่อน เพื่อ
ทำ ราคาขายปลีกให้ถูกที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด ต้องเป็นรถยนต์ซีดาน 4 ประตู ขนาดเล็ก สร้างขึ้นใหม่ทั้งคัน อาจหยิบยืมชิ้นส่วนจากรถยนต์รุ่นอื่นอย่าง
ตระกูล เทอร์เซล/คอร์ซา/โคโรลลา ทู มาได้ แต่ต้องออกแบบภายนอกขึ้นใหม่หมด ต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นในประเทศ (LOCAL CONTENT) ให้ได้ถึง 70% และต้องใช้
เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี เพราะหลังการถกเถียงกันระหว่างวิศวกรญี่ปุ่นกับวิศวกรไทย สรุปว่าเครื่องยนต์ 1,300 ซีซี ไม่แรงพอสำหรับนิสัยการขับขี่ของคนไทยส่วนใหญ่ ที่ขับ
เร็วกว่าคนญี่ปุ่นมาก
หลัง การพัฒนามายาวนาน ผ่านหลากหลายปัญหาและความขัดแย้งมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงานร่วมกัน โซลูน่าคันแรกออกจากสายการผลิตเป็นทางการเมื่อวันที่
7 ธันวาคม 1996 และเริ่มเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 มกราคม 1997 ด้วยสโลแกน THE GREAT JOURNEY ดึงเอานักจัดรายการวิทยุชื่อดังอย่าง โด๋ว มรกต
โกมล บุตร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ในภาพยนตร์โฆษณาชุดการเดินทางจากฝรั่งเศสถึงกรุงเทพฯรวม 5 ตอนจบ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โตโยต้า ประเทศไทย ลงทุนถ่ายทำโฆษณาถึง
ต่างประเทศด้วยทีมงานหลักคนไทย เรียกเสียงฮือฮาและกลายเป็น TALK OF THE TOWN ในขณะนั้นทันที
———————————-
***หลังเปิดตัวแล้ว ตลอดอายุตลาด เป็นอย่างไร?***
ช่วง แรกของการเปิดตัว โซลูน่า ได้รับความนิยมสูงกว่าฮอนด้า ซิตี แม้จะเป็นการเปิดตัวตามหลังถึง 8 เดือน แต่เพียง 3 วันของงานเปิดตัวที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ใบสั่งจองที่มาก เป็นประวัติการณ์ถึง 28,765 ใบ (15,335 ใบในงานเปิดตัว และ 13,430 ใบ จากดีลเลอร์) ทำลายสถิติ 3 วัน 10,000 คันของฮอนด้า ซีวิค 3 ประตู ในเดือน
สิงหาคม 1993 อย่างราบคาบ และยังไม่มีใครทำลายสถิติได้ถึงทุกวันนี้
ตอน นั้นโตโยต้าถึงกับต้องเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานเกต์เวย์ จังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเร่งด่วนเป็น 5,000 คัน/เดือน ขณะเดียวกัน ในปีเดียวกัน โตโยต้าเองก็ส่งออกโซลูน่า
จำนวนกว่า 586 คัน ไปยังสิงคโปร์และบรูไน เพื่อชิมลางและทดลองตลาด เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในช่วงเปิดตัวอย่างล้นหลาม จนทำให้ฮอนด้า ซึ่งเปิดเกมส์ก่อนด้วย
การส่ง ซิตี้ 1,300 ซีซี ออกมาตัดหน้าตั้งแต่เดือนเมษายน 1996 ถึงกลับต้องปรับกระบวนยุทธด้วยรุ่น 1,500 ซีซี พร้อมถุงลมนิรภัยด้านคนขับตามประกบโซลูนาอีกครั้ง
แต่ หลังเกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปี 1997 สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไป ยอดขายของโซลูน่าก็เริ่มตกต่ำลงไปตามสภาพตลาด และอยู่ในสภาวะประคองตัว แต่ยังคงมีรุ่น
พิเศษคอยกระตุ้นตลาดอยู่เนืองๆ ทั้งรุ่น S-VERSION ตกแต่งสไตล์สปอร์ต ไปจนถึงรุ่น “นิยมไทย” ที่โด่งดังมากในฐานะรถยนต์รุ่นแรกในโลกที่ใช้ตัวอักษรและตัวเลขบอก
ขนาด เครื่องยนต์เป็นภาษาท้องถิ่นติดตั้งไว้บนฝากระโปรงหลัง ผลิตออกมาพิเศษในจำนวนจำกัดไม่กี่ร้อยคัน รวมทั้งรุ่นพิเศษ สีน้ำเงินดำ ทูโทนอีกเกือบประมาณ 100 คัน
และรุ่นพิเศษ V-VERSION ในเดือนเมษายน 1999 (รายละเอียดในฉบับปฐมฤกษ์ของ THAIDRiVER เดือนมิถุนายน 1999)
ต่อ มา ฮอนด้ารุกกลับด้วยการปรับโฉมครั้งมโหฬารให้กับซิตี ในชื่อใหม่ ซิตี ไทป์ ซีร์ ในเดือนพฤษภาคม 1999 นับแต่นั้น ยอดขายของโซลูนาก็เริ่มลดลงและถูกฮอนด้าแซง
ไปในที่สุด โตโยต้าแก้เกมด้วยการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ โซลูนาครั้งแรก ในเดือนตุลาคม 1999 และทะยอยเพิ่มรุ่นพิเศษบ้างในเวลาต่อมา รุ่นปรับโฉมครั้งสุดท้าย เปิดตัว
กลางงานมอเตอร์เอ็กซ์โป เดือนธันวาคม 2001 การปรับปรุงต่างๆที่เกิดขึ้นในรอบ 3 ปีนั้น ทำให้ราคาของรุ่นสูงสุด พุ่งทะลุเกินระดับ 6 แสนบาทจนถึงทุกวันนี้ ส่งผลให้
ภาพลักษณ์รถยนต์ราคาประหยัดของโซลูน่า ค่อยๆเลือนหายไปจากความคิดของผู้บริโภค
อย่าง ไรก็ตาม แม้โตโยต้าจะพยายามปรับปรุงที่ลบทุกจุดด้อยในสายตาลูกค้าออกไปได้จนเกือบหมด แต่โซลูนารุ่นเดิม ยังมียอดขายสู้ฮอนด้า ซิตี ไทป์ ซีร์ ไม่ได้ในขณะนั้น
ทั้ง ที่ราคาของซิตี แพงกว่า เนื่องจากการวางแผนการตลาดของฮอนด้าที่เตรียมพร้อมเต็มที่ ปรับโฉมใหม่จนสวยแปลกตาไปจากรุ่นเดิม และมีการปรับปรุงด้านเครื่องยนต์
ขณะที่โซลูนาเอง ถูกปรับโฉมแค่รายละเอียดการตกแต่งเล็กน้อย โดยไม่มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ หรือสมรรถนะในภาพรวมให้ดีขึ้นแต่อย่างใด
Popularity: 84% [?]
Possibly Related Posts:
Sphere: Related Content








